เส้นทางจากทรอมโซ่ (Tromsø) ถึงนาร์วิก (Narvik) เป็นหนึ่งในโรดทริปอาร์กติกที่สวยที่สุดของนอร์เวย์ตอนเหนือ ระยะทางตรงประมาณ 260 กิโลเมตร ใช้เวลาขับประมาณ 3.5 ชั่วโมงผ่านทางหลวง E8 และ E6 แต่ถ้าอยากเก็บภูเขา ฟยอร์ด น้ำตก และสวนสัตว์ป่าอาร์กติกระหว่างทางแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้แบ่งทริปเป็น 3 วัน จะได้ทั้งเที่ยวเมืองทรอมโซ่ก่อนออกเดินทาง แวะจุดชมวิวและสถานที่น่าสนใจระหว่างทาง แล้วปิดท้ายด้วยเมืองประวัติศาสตร์กลางฟยอร์ดอย่างนาร์วิก
ทำไมโรดทริปเส้นนี้ถึงคุ้มค่า
เส้นทางนี้พาผ่านภูมิประเทศอาร์กติกที่หลากหลายในทริปเดียว ทั้งเมืองชายฝั่ง ภูเขาสูงชัน ฟยอร์ดลึก น้ำตกกลางป่า และสวนสัตว์ป่าที่มีทั้งหมาป่าและหมีให้ชม ถนนส่วนใหญ่เป็นทางหลวงสภาพดีและมีจุดแวะพักเป็นระยะ เหมาะกับทั้งช่วงหน้าร้อนที่มีพระอาทิตย์เที่ยงคืน และหน้าหนาวที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือ
วันที่ 1: สำรวจเมืองทรอมโซ่
เริ่มทริปด้วยการเดินเล่นในตัวเมืองทรอมโซ่ ชมมหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral) อาคารทรงสามเหลี่ยมริมฟยอร์ดที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง แวะพิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (Polar Museum) เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสำรวจอาร์กติก และนั่งกระเช้าฟเยลไฮเซน (Fjellheisen) ขึ้นไปชมวิวเมืองทรอมโซ่และฟยอร์ดโดยรอบจากมุมสูง ช่วงเย็นถ้าเป็นฤดูหนาวควรเผื่อเวลาออกไล่ล่าแสงเหนือนอกเมืองด้วย เก็บของและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนออกเดินทางไกลในวันถัดไป

วันที่ 2: ทรอมโซ่ - นอร์ดโจสบอทน์ - พอลาร์พาร์ค - นาร์วิก
เช้าวันที่สองออกเดินทางตามทางหลวง E8 มุ่งหน้าสู่นอร์ดโจสบอทน์ (Nordkjosbotn) จุดตัดถนนสำคัญที่มีปั๊มน้ำมันและร้านอาหารให้แวะเติมพลัง จากนั้นขับต่อตามแนว E6 ผ่านหุบเขามอลเซลว์ (Målselv) แวะชมน้ำตกมอลเซลว์ฟอสเซน (Målselvfossen) หนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดของนอร์เวย์ ก่อนเดินทางต่อไปยังพอลาร์พาร์ค (Polar Park) สวนสัตว์ป่าอาร์กติกที่ใกล้ขั้วโลกเหนือที่สุดในโลก ได้ใกล้ชิดหมาป่า หมี กวางมูส และสัตว์ป่าประจำถิ่นอื่นๆ ช่วงบ่ายขับต่อผ่านเซเทอร์มออน (Setermoen) และหุบเขารอมบัคสบอทน์ (Rombaksbotn) ที่มีวิวฟยอร์ดและภูเขาสวยงามก่อนลงเขาเข้าสู่ตัวเมืองนาร์วิก

วันที่ 3: นาร์วิก เมืองประวัติศาสตร์กลางฟยอร์ด
เช้าวันสุดท้ายนั่งกระเช้าขึ้นนาร์วิกฟเยลเลต (Narvikfjellet) ชมวิวฟยอร์ดโอฟูเต็น (Ofotfjord) และเทือกเขาโดยรอบแบบพาโนรามา จากนั้นแวะพิพิธภัณฑ์สงครามนาร์วิก (Narvik War Museum) เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์การรบทางเรือครั้งสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นกลางฟยอร์ดแห่งนี้ ถ้ามีเวลาเหลือแนะนำให้นั่งรถไฟสาย Ofoten Line ที่วิ่งลัดเลาะภูเขาไปจนถึงชายแดนสวีเดน เป็นเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดสายหนึ่งของยุโรปเหนือ ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเล่นชมเมืองนาร์วิกริมฟยอร์ดก่อนเดินทางกลับ

เคล็ดลับสำหรับทริปนี้
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: หน้าร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ถนนเปิดหมดและมีพระอาทิตย์เที่ยงคืน ส่วนหน้าหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) มีโอกาสเห็นแสงเหนือแต่ถนนอาจมีหิมะและน้ำแข็ง
- ถ้าขับช่วงหน้าหนาว ควรเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมยางหิมะ และเช็คสภาพถนนก่อนออกเดินทางทุกครั้ง หรือใช้บริการรถพร้อมคนขับของเอเซียออนทัวร์
- เติมน้ำมันให้เต็มถังทุกครั้งที่เจอปั๊ม เพราะบางช่วงทางไม่มีปั๊มน้ำมันเป็นระยะทางไกล
- จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะในนาร์วิกที่เป็นเมืองเล็กและห้องพักมีจำกัดในช่วงไฮซีซั่น
- เผื่อเวลาสำรองไว้เสมอ เผื่อกรณีอยากแวะถ่ายรูปหรือรอชมแสงเหนือระหว่างทาง

